Latest pieces of breadcrumb ...


เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณคนเขียนกับข้างบ้านและมวลหมู่ ถือโอกาสหลบร้อนในกรุง ไปตากแดดแถว ๆ ใกล้ ๆ หาดหัวหินครับ หวังจะไปอยู่ใกล้ ๆ กับวังไกลกังวล เผื่อความกังวลต่าง ๆ จะลดน้อยลงบ้าง (ไปกัน 5 คน พกความกังวลไปไม่แพ้กันครับ)

(เที่ยวครั้งนี้ ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปครับ ออกแนวขี้เกียจ)

เดินทางครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อน ๆ เพราะปกติคุณคนเขียนมักออกเดินทางช่วงเช้า ๆ สายสุดก็ไม่เกินเที่ยง แต่คราวนี้เราออกเดินทางกันตั้งแต่หลังเลิกงานวันศุกร์เลย และอีกอย่างคือตกลงกันชัดเจนก่อนออกเดินทางว่า ครั้งนี้ไปพักผ่อนไม่เน้นเที่ยว (แปลว่า เปลี่ยนที่กินเปลี่ยนที่นอน)

ค่อย ๆ ขับรถไปเรื่อย ๆ ไปถึงหัวหินประมาณเกือบ ๆ สองทุ่ม ภารกิจแรกก็เดินสำรวจที่พักพอเป็นพิธี คราวนี้ไปพักที่ Hideaway Resort … ทีแรกก็นึกไม่ออกว่าจะไปที่ไหนดี แต่จำได้ว่าแอบเห็นที่นี่มาจากคุณมะลิ

หลังจากนั้นก็ออกเดินทางไปหาอาหารกัน รับทานอาหารเสร็จแล้ว ก็เดินย่อยแถว ๆ ตลาด แล้วก็กลับมาที่พัก … นอน :)

เช้าวันเสาร์ หลังจากรับทานอาหารเช้าแล้ว เราแวะไปเยี่ยมเยียนพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

… ไปเจอะคนโบราณมาด้วย -“-

หลังจากเดินชมพระราชนิเวศน์ฯ จนทั่วถึง เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบบ่ายสองโมงแล้ว คณะเราก็ออกเดินทางไปรับทานเที่ยงกันต่อ เสร็จแล้วไปเดินห้างสรรพสินค้า ณ หัวหิน เดินกันถึงช่วงเย็น ๆ เราก็กลับที่พักกันอีกครั้ง

ถึงที่พักคุณคนเขียนก็ว่าจะนอนสักหน่อย ไม่ทันได้หลับดี คุณคนเขียนก็ได้ยินเสียงดนตรีตึงตังดังขึ้นมา (แนบข้าง ๆ ว่า ดนตรีที่น่ารำคาญที่สุด คือดนตรีที่มีเสียงเบสเยอะ ๆ ครับ ได้ยินแล้วกระเทือนไปถึงก้านสมอง) พยายามไม่สนใจได้สักพักนึง แต่ก็ทนไม่ได้ เลยวานให้ข้างบ้านโทรไปถามหน่อยซิ ว่าไอ้เสียงเพลงเนี่ยมันมาจากไหน และขอให้ช่วยเบาเสียงลงสักหน่อย ไม่นานเสียงดนตรีก็เงียบหายไป แต่คุณคนเขียนก็ผ่านช่วงนอนไปแล้ว ก็เลยตื่นขึ้นมาแล้วก็ระดมชาวคณะไปเดินเล่นตลาดกันอีกครั้งดีกว่า คืนวันนั้นก็กลับมาถึงที่พักค่ำหน่อย เกือบ ๆ ห้าทุ่ม (นัยว่า ชาวบ้านจะหลับกันหมดแล้ว) ที่ไหนได้ ชาวคณะไปได้ยินผู้เข้าพักกลุ่มอื่นพูด(เสียงดังเกินปกติ หวังให้ผู้อื่นได้ยิน)ว่า “จะรีบนอนไปไหนกัน” … อืมมม

แต่ก็ไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นครับ ได้นอนพักกันพอประมาณ … ประมาณหนึ่ง

เช้าวันอาทิตย์ คุณคนเขียนโดนปลุกให้ตื่นตั้งแต่ไม่ถึงเจ็ดโมงเช้าด้วยเสียงน้ำ เสียงคนกระโดดน้ำครับ กระโดดกันให้กระหน่ำ นอกจากนั้นก็ยังมีเสียงเพลงไอ้ทำนองเดียวกับเมื่อวานดังเป็นระยะ ๆ คราวนี้ข้างห้องโทรลงไปจิกตีกับแผนกต้อนรับ … วันนี้คณะเราเลยตื่นกันค่อนข้างเช้า

อ้อ ก่อนเข้าพัก ทางพนักงานเค้ามีให้เซ็นเอกสารรับทราบหลายข้อ ส่วนหนึ่งก็บอกด้วยว่า “ห้ามกระโดดน้ำ และห้ามส่งเสียงดังจนเกินงามรบกวนแขกคนอื่น และห้ามเสียงดังหลังสองทุ่มครึ่ง” … คิดว่ามาหลายคน หรือมีเด็กติดมาเค้าก็ไม่ยกเว้นนะครับ

หลังอาหารเช้าแล้ว เราก็มุ่งหน้าออกจากหัวหินกันเลย ที่หมายก็หาใช่ที่อื่นใด outlet mall แถว ๆ ระหว่างทางนั้นแล อากาศร้อนมากกกกครับ แต่ก็เดินกันได้เกือบทั่ว มีของติดมาติดมือมาพอประมาณ หลังจากนั้นก็ไปแวะร้านแม่กิมใดกิมหนึ่ง ซื้อขนมกลับมาฝากชาวกรุงเทพเท่าที่นึกได้ แล้วก็กลับบ้านกัน

รวม ๆ แล้วไปเที่ยวคราวนี้ก็ได้พักผ่อนกันพอประมาณครับ คุณคนเขียนยังชอบที่พัก Hideaway นี้อยู่ บรรยากาศดีทีเดียว เสียก็ที่คนเข้าพักคนอื่นเท่านั้นเอง ก่อนออกจากที่พัก พนักงานก็ขอโทษขอโพยเรื่องเสียงด้ง ไอ้คุณคนเขียนก็ลืมขอ compensation ประมาณพักคราวหน้าลด 50% … ฮี่ ๆๆๆๆ ไม่เอาหรอก ใจร้ายเกินปายยย

เท่านี้หละครับ เดี๋ยวเย็นนี้คุณคนเขียนจะไปงานท่องเที่ยวที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไปเตรียมตัวสำหรับทริปหน้าครับ

สวัสดีครับ


update สุดท้ายสำหรับ series “คุณนายแม่เข้าโรงพยาบาล” ครับ

วานนี้หมอก็อนุมัติให้คุณนายกลับบ้านได้ โรคาพยาธิต่าง ๆ ก็ทุเลาเบาบางไปเกือบหมดแล้ว จะเหลือก็ให้พักรักษาตัว กินระวัง ๆ อีกสักช่วงหนึ่ง เพื่อให้ไตได้ฟื้นตัว ทำงานได้เต็มที่ตามอายุ (“ตามอายุ” นี่เป็น keyword เลยนะครับ)

สรุปเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณ ๆ คนอ่านได้ครับ

  1. คุณนายไปรับทานอาหารบางอย่าง แล้วเกิดท้องเสียรุนแรง และปล่อยให้ท้องเสียอยู่หลายวันมาก ด้วยความเชื่อที่ว่า “ถ่ายให้หมด เดี๋ยวก็หาย” กว่าคุณนายจะยอมไปโรงพยาบาล เวลาก็ผ่านไปเกือบครบสัปดาห์แล้ว

  2. รักษาที่โรงพยาลอยู่สัก 2 วัน หมอก็ได้ผลมาว่า อาการท้องเสียนี้มีเชื้อบิดอยู่ด้วย ก็ให้ยาฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ตามอาการ แต่ระหว่างนั้นหมอก็สังเกตว่า ปัสสาวะน้อยผิดปกติ พอเจาะเลือดไปตรวจดูก็พบว่ามีอาการไตวายเฉียบพลัน (Acute Renal Failure) เกิดขึ้น

  3. หลังจากนั้นหมอก็ให้การรักษาทั้งสองโรคไปพร้อมกัน แต่ก็สังเกตว่ายังมีการถ่ายอยู่บ่อยครั้งในหนึ่งวัน หมอก็เลยให้งดยาฆ่าเชื้อโรคชั่วคราว เหตุว่่ายาชนิดนี้มีผลข้างเคียงคืออาจทำให้ท้องเสียได้ ปรากฎว่าอาการท้องเสียก็ดีขึ้น และหมดไปในที่สุด

  4. ช่วงหลัง ๆ ก็เป็นเรื่องของการรอให้ไตฟื้นสภาพโดยดูจากค่าของ BUN และ Creatinine ช่วงแรก ๆ ก็เจาะเลือดกันไปหลายหลอด รวม ๆ แล้วคงโดนเจาะประมาณ 20 หลอดได้หละครับ

ระหว่างอยู่โรงพยาบาลก็มีปัญหาเรื่องอาหารอยู่นิดหน่อย ส่วนหนึ่งเกิดมาจากอาหารโรงพยาบาลที่ไม่ได้เรื่องเอาซะเลย แต่อีกส่วนหนึ่งก็มาจากคุณนายที่มักจะ “ติดหรู” เพราะส่วนใหญ่มักสรรหาแต่อาหารอร่อย ๆ รับทาน (และนั่นก็เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดนี้ด้วย) พออยู่โรงพยาบาลนานวันเข้า คุณนายก็เกิดอาการเบื่ออาหารซะงั้น

อย่างไรก็ตามที ทุกอย่างลงเอยด้วยดีครับ ตอนนี้คุณนายบอกว่าเข็ดอาหาร แต่เดี๋ยวอีกหน่อยคุณคนเขียนว่าก็คงจะออกไปสรรหารับทานเหมือนเดิม อิอิอิ

อีกครั้งหนึ่ง คุณคนเขียนขอขอบคุณทุก ๆ กำลังใจที่คุณ ๆ คนอ่านส่งมาครับ


Hey Bangkok Bank (BBL), the year is 2008 and IE is already 8.0beta. At least update the requirement page to look a bit nicer.

… Even better, sugguest the customers to use Firefox!

[ Presumably, Microsoft is BBL’s solutions provider. ]


สรุปคร่าว ๆ ได้ว่า สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับครับ

เช้าวานนี้หมอก็สั่งเจาะเลือดคุณนายแม่ไปตรวจอีกครั้งหนึ่ง ผลออกมาได้ว่าอาการดีขึ้นมาก ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงกระทันหัน หมออนุมัติให้ออกจากโรงพยาบาลได้ในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ครับ

สัญญาณอีกอย่างหนึ่งที่บอกให้รู้ว่าคุณนายอาการดีขึ้นคือ คุณนายแม่หิวบ่อยมาก! ถึงแม้ว่าเวลาอาหารจะมีท่าทางผะอืดผะอม แต่มีความเป็นไปได้ว่า อาหารโรงพยาบาลมันกระจอกมาก!!! (คุณคนเขียนชิมเกือบทุกมื้อครับ พูดได้สั้น ๆ ว่า “ไม่อ๊วกจะไหวเหรอ?!?”)

ช่วงหลัง ๆ นี้เราก็เลยมีการแอบแฝงอาหารนอกโรงพยาบาลเข้าไปบ้าง อย่างเมื่อคืนก็สั่งข้าวปั้นโออิชิไปสองกล่อง :P

คุณคนเขียนไปแล้วดีกว่า

สวัสดีครับ